สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามฯบรมราชกุมารี

กับ

พระพุทธศาสนา

รงถวายน้ำสรงเนื่องในงานฉลองพระชนมา ยุ ๙o ชันษาสมเด็จพระสังฆราช ณ วัดราชบพิตร สถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๑

พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันเป็นคุณประโยชน์แก่บ้าน เมืองและพสกนิกรชาวไทยนั้น นอกจากจะทรง พระวิริยะอุตสาหะบำเพ็ญมาเป็นระยะเวลายาวนานสม่ำเสมอ และมีมากมายหลายประการ เกินที่จะเชื่อได้ ว่ามีสุภาพสตีผู้ใดที่มีวัยเดียวกับ พระองค์ท่านทำได้เช่นนี้ ยังมีประเด็นที่ ควรมหัศจรรย์ชื่นชมในพระบารมีอีกด้านหนึ่ง คือ พระราชกรณียกิจเหล่านั้นมีความแตกต่างกัน อย่างห่างไกลในสาขาวิทยาการ เช่นทรงสนพระ ราชหฤทัยในการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อ มูลเกี่ยวกับดินและน้ำด้วยเครื่องมือทางวิทยา ศาสตร์ชั้นสูง ทรงพระอุตสาหะติดตามความเจริญก้าว หน้าทางด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ พร้อมๆกันนั้นก็ทรงสนพระราชหฤทัยในด้าน การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอักษร ศาสตร์และศิปวัฒนธรรม ดังปรากฏในพระราชนิพนธ์ จำนวนมาก และที่มหาชนชาวไทยได้ชื่นชมใน พระราชอัจฉริยะ เมื่อยามทรงบรรเลงดนตรีไทย ณ สา ธารณสถานอยู่บ่อยครั้ง

ความชื่นชมยินดี ความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณา ธิคุณของประชาชนชาวไทยที่มีแด่ สมเด็จ พระสยามบรมราชกุมารี นั้น เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ใจและเปี่ยมล้นไปในหัวใจ เมื่อได้เห็น ภาพพระราชกรณียกิจที่เสด็จพระราชดำเนินตาม เสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเยี่ยมเยียน ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร พระราชกรณียกิจที่ ทรงบำเพ็ญพระราชพิธี พิธีทางศาสนาและสังคม ที่ มีผู้เชิญเสด็จพระราชดำเนินไปให้เป็นขวัญ และกำลังใจแก่ประชาชน จนบางครั้งถึง กับทรงพระประชวรก็มี และมีความภูมิใจ ยิ่งของมหาชนชาวไทยก็คือพระบารมีนั้นมิ ได้มีเฉพาะภายในประเทศได้แผ่ไพศาลไปยัง แดนไกลถึงต่างประเทศ การเสด็จพระราชดำเนินต่าง ประเทศแต่ละครั้งได้ทรงเป็นผู้นำแทนเกียรติ ศักดิ์ของประเทศ ออกสู่สายตาโลกทรงนำไมตรีจิต มิตรภาพความเข้าใจอันดีของชาวไทยไปมอบ แก่ประชาชนของมิตรประเทศ การเสด็จพระราชดำเนิน ทุกครั้งต้องทรงเตรียมพระองค์อย่างรอบคอบถี่ ถ้วน ทรงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ สถานที่ และบุคคลสำคัญที่จะต้องทรงไปพบปะ ทรงเตรียมสุนทรพจน์ ทรงเตรียมของขวัญที่จะพระราช ทานตอบแทน แบะจากนั้นก็จะทรงเข้าสู่ กำหนดการณ์ของการเยี่ยมเยียนอันเหน็ดเหนื่อยยิ่ง การ พระราชดำเนินต่างประเทศจึงมิใช่การทัศนาจรหา ความเพลิดเพลิน ความสำราญ เช่น สามัญชน แต่เป็นการทรง ปฏิบัติหน้าที่ราชการของชาติ และก็ทรงทำ ได้ด้วยความเรียบร้อยสวัสดีทุกครั้งด้วย

พระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ พระราช กรณียกิจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำ ชาติ และมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง เป็นพุทธมามกะและเป็นเอกอัครบรมารา ชูปถัมภก ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพระ บรมวงศ์ที่จะต้องโดยเสด็จบำเพ็ญพระองค์เป็น พุทธมามกะที่เคร่งครัด แต่สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ มิได้ทรงถือแต่เพียงว่าเป็น หน้าที่เท่านั้น หากแต่ทรงยึดมั่นในพระ รัตนตรัยด้วยพระราชศรัทธาและพระปัญญาบารมีโดยแท้ จริง ทั้งนี้ก็ต้องถวายพระเกียรติแด่สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ทรงอบ รมสั่งสอนพระราชโอรสพระราชธิดาทุกพระ องค์ ให้ใกล้กับพระบวรพุทธศาสนาตั้งแต่ทรง พระเยาว์ เช่น การให้โดยเสด็จพระราชดำเนินไป ร่วมงานบำเพ็ญพระราชกุศลอยู่เป็นนิตย์ หรือการ ให้ทรงสวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยก่อนทรงพระ บรรทม และเมื่อพระราชโอรสพระราชธิดาเจริญวัย ขึ้น ก็ทรงศึกษาหาความรู้ในพระพุทธศาสนา สุขุมคัมภีรภาพเจริญงอกงามขึ้นตามลำดับพระ สติปัญญา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรง สนพระราชหฤทัยในการศึกษาพระพุทธศาสนาตั้ง แต่ทรงศึกษาในระดับมัธยมที่โรงเรียนจิตรลดา ดัง จะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์บทความสั้นๆ ๓ ย่อหน้าเรื่อง "นตถิ ปญญาสมา อาภา แสง สว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี" ในย่อหน้าสุด ท้ายดังนี้
"สิ่งที่ทำให้คนเรา แตกต่างจากสัตว์อื่นๆ ก็เพราะว่า คนย่อมมี ปัญญาที่จะนึกคิดและปฏิบัติสิ่งที่ดีมี ประโยชน์ และถูกต้องได้ ผู้ที่ยังปฏิบัติสิ่งที่ ดีมีประโยชน์และนึกคิดสสิ่งต่างๆ ไม่ได้ก็ เปรียบเสมือนผู้ที่ไม่มีแสงสว่าง นับว่าเป็น ผู้ที่อยู่ในความมืด แม้แสงแดดจะแผด เผาจัดจ้าสักแค่ไหนก็ยังเปรียบเทียบกับ แสงปัญญาไม่ได้เพราะแสงแดดไม่สว่างพอที่ จะทำให้คนเรารอบรู้เห็นแจ้งสิ่งต่างๆ ได้ จึงกล่าวได้ว่า พระพุทธสุภาษิตที่ว่า" นตถิ ปญญาสมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี"นั้นเป็นความจริงอย่างที่สุด"

พระราชนิพนธ์เรื่องดังกล่าวทรงไว้เมื่อ พ .ศ. ๒๕๑๓ ต่อมาเมื่อทรงเข้าศึกษา ในคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วต้องทรง ศึกษาภาษาบาลี และเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา มากขึ้น จึงมีพระราชนิพนธ์เป็นรายงานส่ง อาจารย์บ้าง พระราชนิพนธ์ส่งไปพิมพ์ในวารสาร ของคณะบ้าง เช่น ศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างไร ( ๒๕๑๖) พระจูฬปันถกเถระทรงแปลจากต้น ฉบับภาษาบาลีในพระคัมภีย์ธมมปทฏฐกถา (๒๕๑๗ ) ศาสนากับการปกครองระบอบประชาธิปไตย

(๒๕๑๗) ในประสบการณ์ (๒๕๒o)ทรรศนะธรรม (๒๕๒๑) และพระราชนิพนธ์ที่เคยพิมพ์แพร่หลายพอสม ควรดังนั้นคือ พุทธศาสนาสุภาษิต คำโครง ซึ่งจะ ขออัญเชิญพระราชนิพนธ์มาอย่างสั้นๆ เป็นตัวอย่าง ให้เห็นว่าทรงพัฒนาพระราชทัศนะในด้านศาสนา อย่างไร

home

 

next