เจ้าฟ้านักโภชนาการ

เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศไทย พระองค์ทรงพบเห็นความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่อยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ร่างกายอ่อนแอ พระองค์ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ ประเทศจะมีการพัฒนาก้าวหน้านั้น พลเมือง จะต้องมีคุณภาพด้านร่างกายและสติปัญญา ทรงทราบว่าเด็กไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 อยู่ในภาวะ ขาดแคลนอาหาร จึงทรงตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง
พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการสำหรับเด็กนักเรียนความตอนหนึ่งว่า "…การรับประทานอาหารที่ถูกต้องจะทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ทำงานไหว ช่วยในการเจริญเติบโต และเสริมสร้างสติปัญญาของเด็ก ๆ เมื่อเห็นคนขาดอาหาร ก็จะพยายาม ช่วยเหลือทุกวิถีทาง โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคที่ถูกต้อง ให้อาหารบำรุงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กทารก เด็กก่อนวัยเรียนและเด็กในวัยเรียน วิธีการมีแตกต่างกัน คือ เอาไปแจกบ้าง และจัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยให้เด็กทำการเกษตร เมื่อได้ผลผลิตทางการเกษตรมาแล้วก็นำมาประกอบเลี้ยง นักเรียนจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ ความพร้อมของแต่ละโรงเรียน ประโยชน์ที่จะได้อีกอย่างคือ ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรและโภชนาการด้วย เช่น การประกอบอาหารให้เด็กนั้นให้ศึกษาว่า อาหารอย่างไรถูกปากเขา และเติมส่วนประกอบให้ครบถ้วนเท่าที่จะทำได้ หรือเห็นชาวบ้านทางปักษ์ใต้เลี้ยงแพะตัวเล็ก ๆ อยู่แล้ว ก็หาแพะมาผสมเพื่อให้ได้แพะตัวที่โตขึ้น สามารถรีดนมมาให้เด็กกินได้…"

เด็กในวัยเรียนและเด็กก่อนวัยเรียนคือกลุ่มเป้าหมายหลักของพระองค์ที่จะทรงเน้น ให้เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยมีอาหารที่สะอาดและครบหลักโภชนาการ รับประทานเมื่อเวลาศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจัดโครงการทางด้านอาหารและโภชนาการขึ้นมากมาย พระองค์ทรงรับสั่งว่า "…อย่างเรา ๆ นั้นมีโอกาสที่ดีมาก มีอาหารการกินที่ดีทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ และยังมีโอกาสได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ ซึ่งนักเรียนเหล่านั้นจะได้รับการศึกษา คงจะไปไม่ถึงระดับที่เราได้ ส่วนที่เราได้รับก็เป็นการพิเศษ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเป็นบุคคลพิเศษ ได้โอกาสที่ดีกว่าคนอื่น ก็เท่ากับประชาชนทั้งชาติสนับสนุนให้ทุนมา ให้ศึกษาได้ถึงระดับอุดมศึกษา ก็จะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำอะไรตอบแทน เพื่อให้เพื่อนร่วมชาติที่สนับสนุนเราได้มีโอกาสที่ดีขึ้นกว่านี้…"
โครงการอาหารกลางวัน

 

home

next