Circulatory 3

 

รายวิชา ว 43206

ชีววิทยา

ระดับชั้น ม. 6

ใบความรู้ที่ 3.3

เรื่อง

ความดันเลือด

ใช้ประกอบ

แผนย่อยที่ 3.3

 

เลือดพยายามดันต่อผนังหลอดเลือด

                ความดันเลือดเป็นแรงซึ่งเลือดพยายามออกแรงดันต่อต้านผนังหลอดเลือด    สร้างแรงดันขึ้นมาโดยการสูบฉีดเลือดของหัวใจ   ความดันเลือดเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเลือด จากหัวใจผ่าน

หลอดเลือดแดง และหลอดเลือดแดงเล็ก ไปยังแผงหลอดเลือดฝอย เมื่อห้องล่างของหัวใจบีบตัว  เลือดจะถูกแรงบีบทำให้เข้าไปในหลอดเลือดแดงอย่างรวดเร็ว   เร็วกว่าการเข้าไปในหลอดเลือดแดงเล็ก

การขยายออกของผนังหลอดเลือดแดงนั้น ท่านจะรู้สึกเป็นผลของแรงดันเลือด   เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจของท่านโดยจับชีพจร   ชีพจร( pulse ) คือจังหวะการขยายตัวออกของหลอดเลือดแดง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


  

            ภาพที่ 3.14  ความดันเลือดและความเร็วในหลอดเลือด

แหล่งที่มา     จาก  Biology : Concepts & Connections    โดย  Neil A. Campbell, 

                            Lawrence G. Mitchell,    Jane B. Reece,    San Francisco : 1999,   P 473

                                                                                                207

 

                ภาพที่ 3.14  ด้านบน   ท่านจะเห็นการเคลื่อนไปเป็นระลอกคลื่นของความกดดัน ซึ่งมีสาเหตุ

มาจากการบีบตัวของห้องล่างของหัวใจ  หรือแรงดันซิสโทลิก (systolic pressure)    และแรงดัน

ไดแอสโทลิก (diastolic pressure) ที่ต่ำกว่า    ระหว่างที่หัวใจเต้นในช่วงที่คลายตัว หรือ ไดแอสโทลี (diastole)  หลอดเลือดแดงที่ยืดหยุ่นจะหดตัวกลับ เก็บรักษาความดันในเลือดไว้ และเลือดจะไหลเข้าไป ในหลอดเลือดแดงเล็ก และหลอดเลือดฝอย

                ความดันเลือดขึ้นกับผลผลิตของหัวใจส่วนหนึ่ง (ปริมาตรของเลือดที่สูบฉีดเข้าไปในเอออร์ตา)

และอีกส่วนหนึ่งโดยความต้านทานที่เลือดถูกบังคับให้ไหลผ่านช่องเปิดแคบๆ ของหลอดเลือดแดงเล็ก

การเปิดเหล่านี้ถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อเรียบ    เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว หลอดเลือดแดงเล็กขยายตัว

เลือดไหลผ่านมันโดยง่ายดายเป็นสาเหตุของการลดลงของความดันเลือด

                ปัจจัยทางกายภาพ และอารมณ์ เครียด สามารถเพิ่มความดันเลือด โดยการกระตุ้นด้วยการตอบสนองของประสาท และฮอร์โมน ที่มีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือด

                กลไกการปรับตัวประสานกับผลผลิตของหัวใจและการเปลี่ยนแปลงความต้านทานใน

หลอดเลือดแดงเล็ก ที่รักษาความดันเลือดให้เพียงพอ ขณะที่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลง ระบบการหมุนเวียนเลือด ดังเช่น  ยีราฟสามารถกินใบไม้จากที่สูงและดื่มน้ำจากที่ต่ำได้

                ภาพที่ 3.14 ชี้ให้เห็นว่า ความดันเลือด ที่แสดงเป็นมิลลิเมตรของปรอท ( mm Hg ) และความเร็วของเลือด  หรืออัตราการไหลของเลือดแสดงเป็นเซนติเ มตรต่อวินาที ( cm /sec)    เป็น

ความดันสูงสุดใน เอออร์ตา และอาร์เตอรี      ความดันเลือดและความเร็ว ทั้งสองลดลงอย่างกระทันหัน ขณะที่เลือดเข้าไปในหลอดเลือดแดงเล็ก ความดันลดลงเหตุผลสำคัญมาจากความต้านทานที่เลือดไหลจากสาเหตุความเสียดทานระหว่างเลือดกับพื้นผิวที่มากมายที่มันสัมผัสในผนังของ หลอดเลือดแดงเล็กจำนวนมาก

                ความเสียดทานสามารถ ลดความเร็วของเลือดในหลอดเลือดแดงด้วย    แต่ความเร็วลดลงเป็นผลจากการจัดโครงสร้างที่ชี้ให้เห็นในภาพ 3.14   ภาพกลาง   ความกว้างที่เชื่อมกันของช่องเปิดทั้งหมดที่เข้าไปในชุดของ หลอดเลือดแดงเล็กจะมากกว่า ความกว้างของหลอด เลือดแดงที่ไปเลี้ยงมันมาก    ถ้ามีเพียง 1 หลอดเลือดแดงเล็ก ต่อ 1 หลอดเลือดแดง    เลือดจะไหลผ่านหลอดเลือดแดงเล็กรวดเร็ว       แต่จริง ๆ แล้ว มีหลอดเลือดแดงเล็กจำนวนมาก ต่อ 1 หลอดเลือดแดง   ทำให้พื้นที่ผิวจากหลอดเลือดแดงไปยังหลอดเลือดแดงเล็กเพิ่มขึ้น   เทียบกับทางน้ำไหลเมื่อเพิ่มหัวพ่นแคบ ๆ ที่รดน้ำต้นไม้ในสวนโดยใช้สายยาง  เมื่อเพิ่มช่องเปิดมากหลาย ๆ ช่องอัตราการไหลจะลดลง

 

 

                                                                                                208

 

                เหนือเหตุผลอื่นทั้งหมด  การที่ความเร็วและความดันในหลอดเลือดแดงเล็กลดลง  คือ ความสม่ำเสมอของการไหลของเลือดอย่างสบายในหลอดเลือดฝอย การไหลอย่างเบาๆ  ยอมให้แลกเปลี่ยน สารระหว่าง เลือดกับ ของไหลระหว่างเซลล์

                ในเวลาที่เลือดไปถึงหลอดเลือดดำ     ความดันของมันจะลดลงใกล้ๆ ศูนย์     เลือดจะเผชิญกับ

ความต้านทานมาก  ขณะที่ผ่านหลอดเลือดแดงเล็ก จำนวนล้านๆ หลอด และหลอดเลือดฝอยที่มีแรงจากการสูบฉีดของหัวใจ ไม่ยาวพอที่จะขับเคลื่อนมัน    แล้วมีวิธีพิเศษอย่างไร ที่จะทำให้เลือดจะกลับหัวใจ เมื่อมันเดินทางขึ้นมาจากขา  มันยังต้องต่อต้านกับแรงโน้มถ่วงของโลก    แต่ว่าหลอดเลือดดำของ

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น คน หรือยีราฟ ถูกประกบอยู่กลางระหว่างกล้ามเนื้อลาย  ดังภาพที่ 3.15   

 

 

 

 

 

 

 

 

 


         ภาพที่ 3.15  เลือดไหลผ่านหลอดเลือดดำ

แหล่งที่มา    จาก  Biology : Concepts & Connections    โดย  Neil A. Campbell, 

                            Lawrence G. Mitchell,    Jane B. Reece,    San Francisco : 1999,   P 473

 

                ภาพที่ 3.15   จะเห็นได้ว่า  หลอดเลือดดำถูกประกบอยู่กลางระหว่างกล้ามเนื้อลาย     ดังนั้น เมื่อร่างกายเคลื่อนไหว    กล้ามเนื้อจะบีบหลอดเลือดดำ   และบีบเลือดให้ขึ้นตรงไปสู่หัวใจ

หลอดเลือดดำใหญ่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีลิ้นกั้นยอมให้เลือดไหลตรงไปยังหัวใจเท่านั้น

การสูดลมหายใจช่วยให้เลือดไหลกลับไปสู่หัวใจ   เมื่อเราหายใจเข้าแลกเปลี่ยนความดันกับ ช่องว่าง

กรงกระดูกซี่โครงเป็นเหตุให้หลอดเลือดแดงใหญ่ใกล้หัวใจของเราขยายออก และบรรจุเลือดเต็ม

 

 

 

                                                                                                209

 

การวัดความดันเลือดสามารถแสดงให้เห็นปัญหาหลอดเลือดหัวใจ

เลือดพยายามออกแรงดันบนผนังด้านในของหลอดเลือดตลอดทั้งหมดของระบบทางเดินเลือด 

ศัพท์คำว่า  ความดันเลือด ( blood pressure)  ปกติเกี่ยวข้องกับแรงดันต่อต้านผนังหลอดเลือดแดง

ดูค่าความดันเลือดของผู้ใหญ่เป็นแบบอย่าง คือ 120 / 80   ดังภาพที่  3.16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาพที่ 3.16  การวัดความดันเลือด

แหล่งที่มา     จาก  Biology : Concepts & Connections    โดย  Neil A. Campbell, 

                            Lawrence G. Mitchell,    Jane B. Reece,    San Francisco : 1999,   P 474

 

ดูขั้นที่ (1) ในภาพที่ 3.16   จะเห็นว่า การวัดความดันเลือด มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรของปรอท

( mm Hg)    เป็นการบอกความกดดันของปรอทว่าขึ้นสูงเท่าไร      ค่าความกดดันของเลือดตัวแรก

เรียกว่า ซิสโทลี ( systole หรือ systolic blood pressure)  เป็นการวัดค่าของแรงดันระหว่างที่ หัวใจ

บีบตัว     ค่าตัวเลขที่สองเป็นค่าแรงดันระหว่างหัวใจคลายตัว เรียกว่า ไดแอสโทลี (diastole)

 

                                                                                                210

 

ความดันเลือดมีความสำคัญที่สามารถบอกสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจ และความดันเลือด

ที่ผิดปกติได้   สามารถบ่งชี้ปัญหาที่รุนแรง     โชคดีที่ความดันเลือดสามารถวัดได้ง่ายจากการใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า สฟิงโมมาโนมิเตอร์ (sphygmomanometer)  หรือเครื่องวัดความดันที่มีผ้ายางรัดขอบแขนเสื้อ   ครั้งที่หนึ่งพันรอบแขนที่เข้าไปใกล้หลอดเลือดแดงใหญ่      บีบลมเข้าที่รัดขอบแขนเสื้อด้วยกระเปาะยางกลมของเครื่องมือ

ขั้นที่ (2)  อากาศถูกสูบเข้าไปในผ้ายางรัดขอบแขนเสื้อ จนกระทั่งความดันแรงพอที่จะรัดปิด

หลอดเลือดแดง และตัดวงจรการไหลของเลือดไปสู่ด้านล่างของแขน ที่จุดนี้ผู้วัดจะไม่ได้ยินชีพจรด้านใต้ของผ้าบางที่รัดของแขนเสื้อ

ขั้นที่ (3)  แสดงวิธีวัดค่าความดันซิสโทลี    ผู้วัดลดความดันจากที่รัดขอบแขนเสื้ออย่างช้า ๆ

เสียงแรกของเลือดที่พุ่งผ่านการบีบหลอดเลือดแดง  บอกค่าแรงดันของหัวใจในซิสโทลี  มากกว่าแรงของผ้ายางรัดแขนที่รัดหลอดเลือดแดง   ค่าความดันที่อ่านได้ที่จุดนี้ คือ ค่าความดันซิสโทลี

ขั้นที่ (4 )  ผู้วัดหาค่าความดันไดแอสโทลี   โดยลดความดันบนหลอดเลือดแดงต่อไป     เสียง

การไหลของเลือดผ่านหลอดเลือดแดงอย่างไม่สม่ำเสมอ จะยังคงได้ยินต่อไปจนกระทั่ง ความดันของ

ผ้ายางรัดขอบแขนเสื้อตกลงต่ำกว่าความดันของหลอดเลือดระหว่างที่ไดแอสโทลี   เมื่อเสียงของเลือดไหลผ่านหยุด และค่าที่อ่านบนเครื่องวัดความดันที่จุดนี้คือ ค่าความดันไดแอสโทลี

ความดันเลือดปกติลดลงในช่วงที่เหมาะสม   ปกติค่าความดันเลือดในวัยผู้ใหญ่ คือ ซิสโทลี

ต่ำกว่า 120  และไดแอสโทลี ต่ำกว่า 80    ปกติค่าที่ต่ำกว่าบอกว่าสุขภาพดีกว่า   ยกเว้น  ในบางกรณีที่ไม่พบบ่อยนัก    ผู้ที่มีค่าความดันที่ต่ำบอกว่า เป็นผู้อยู่ในภาวะพื้นฐานที่รุนแรง  (เช่น มีความปกติของต่อมไร้ท่อ   การบำรุงร่างกายไม่เพียงพอ   เลือดออกที่อวัยวะภายในร่างกาย)     อย่างไรก็ตามความดันเลือดที่สูงกว่าปกติ   อาจบ่งชี้ว่า  หลอดเลือดหัวใจผิดปกติ

ความดันเลือดสูง (hypertension)  คือ ความดันซิสโทลีของเลือดที่สูงกว่า 140 mm Hg อยู่อย่าง

ต่อเนื่อง หรือ ความดันไดแอสโทลีที่สูงกว่า 90 mm Hg  ความดันเลือดสูงเป็นมีอิทธิพลเหนือประชากร ประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรวัยผู้ใหญ่  บางครั้งเรียกว่า “ผู้ฆ่าเงียบ” ( silent killer) เพราะว่าความดันเลือดสูง ไม่ได้แสดงอาการเป็นปี ๆ    มันอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นานแต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง

ความดันเลือดสูง มีอิทธิพลส่งผลให้ระบบหลอดเลือดหัวใจอย่างพลิกกลับได้หลายทาง

ความดันที่สูงขึ้นทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น  เพื่อที่จะ แจกจ่ายเลือดผ่านไปทั่วร่างกาย   ซึ่งอาจมีผลให้หัวใจโต และอ่อนแอ    ความดันเลือดที่เพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว โรคหัวใจ ไตล้มเหลว ยิ่งกว่านั้นแรงที่เพิ่มขึ้นบนผนังหลอดเลือดเป็นเหตุให้กิดรอยแตกเล็ก   และมีการสร้างไขมันเข้ามาเกาะรอยแตก

 

                                                                                                211

 

ผนังหัวใจแข็งตัวรุนแรงขึ้น   ลดการยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดง และหลอดเลือดแดงเล็ก   และ

การเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือดเพิ่มขึ้น

ในคนไข้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว   สาเหตุที่ถูกต้องของความดันเลือดสูงไม่สามารถแจกแจง ให้

แน่ชัดลงไปได้    แต่โดยทั่วไปทราบว่ามี หลายอย่างที่เป็นปัจจัยเสี่ยง    ความโน้มเอียงที่จะมีความดันสูงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็มี  เช่น  เพศ   เชื้อชาติ อายุ  และกรรมพันธุ์   เพศชายมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อความดันเลือดสูงเมื่ออายุ 55 ปี    แต่เพศหญิงมีความเลี่ยงต่อความดันเลือดสูง เมื่ออายุ 75 ปี ขึ้นไป  

ชาวอาฟริกัน ชาวอเมริกัน มีแนวโน้มที่จะมีความดันเลือดสูงกว่า ชาวคอเคเชียน       ความดันเลือด

โดยทั่วไปเพิ่มขึ้นพร้อมอายุ      กรรมพันธุ์ก็ทำให้ความดันเลือดสูงด้วย   ผู้ที่มีพ่อแม่ความดันเลือดสูง

 ก็เสี่ยงต่อการมีความดันเลือดสูงด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีความโน้มเอียงที่ทำให้คนมีความดันเลือดสูง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ซึ่งหลายคนมีอยู่ก็ตาม   แต่การมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถช่วยควบคุมความดันเลือดสูงได้ทุกคน   การกินอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพของหัวใจ   การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป

(มากกว่า 2 แก้วต่อวัน)    การออกกำลังกายสม่ำเสมอ (30 นาที ของกิจกรรมที่หนักปานกลางต่อวัน)  และการรักษาน้ำหนักร่างกายให้เหมาะสมเรื่อยไป     มีคนจำนวนมากกินเค็ม พร้อมกับมีความดันเลือดสูงด้วย   มันเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อคนเป็นเปอร์เซ็นต์น้อย  ถ้าวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ทำให้ลดความดันเลือดสูงได้   ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาความดันเลือดสูง คือ การรักษาความดันเลือดสูงโดยการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

 

 

 

back