กล่องข้อความ: กลุ่มสาระสังคมศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม  โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ  จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่   เขต 1   โทร.0-5327-6430    www.Wattano.ac.th

 


      

กล่องข้อความ: Home       ถิ่นกำเนิด      โยนกเชียงแสน      ทวารวดี     ศรีวิชัย       ล้านนา      สุโขทัย      อยุธยา       ธนบุรี      รัตนโกสินทร์     ร.1     ร.2     ร.3     ร.4     ร.5     ร.6    ร.7   ร.8    ยุคปัจจุบัน

      

 

                                                                                                                                                รัชกาลที่ 1

                                                                                                                   พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 

                                                                                                                                                          ประสูติ พ.ศ. 2279    ครองราชย์ พ.ศ. 2325 – พ.ศ. 2352

 

                                                                                              พระราชประวัติ

                                                                                               พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราช

                                                                                              รามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิเบดินทร์ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราช

                                                                                              ชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์สกลจักรวาลาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หิรหรินทรธาดาธิบดี ศรีสุวิบุลยคุณธขนิษฐ์ ฤทธิราเมศวรหันต์ บรมธรร

                                                                                               มิราชาธิราชเดโชไชย พรหมเทพดิเทพนฤบดินทร์ ภูมินทรปรมาธิเบศร โลกเชฎฐวิสุทธิ์รัตนมกุฎประเทศคตามหาพุทธางกูรบรมบพิตรระพุทธ

                                                                                               เจ้าอยู่หัว”

                                                                                                ทรงประสูติเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279  มีพระนามเดิมว่า ทองด้วง  เป็นพระราชโอรสของหลวงพินิจอักษร  ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)  พระราชมารดาทรงพระนามว่า “นางหยก” ต่อมาอภิเษกับสมเด็จพระอมรินทรบรมราชินี  (เดิมชื่อ นาค เป็นธิดาตระกูลเศรษฐีที่ตำบลอัมพวา แขวงเมืองสมุทรสงคราม)  และได้เสด็จออกไปรับราชการที่เมืองราชบุรี  จนได้รับตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี  ในสมัยกรุงธนบุรีทรงเป็นกำลังสำคัญในการทำศึกสงครามหลายครั้ง จนได้รัรบพระราชทานบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง)

                                            พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325  และปราบดาภิเษกเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325  (วันพฤหัสบดี ขึ้น 4 ค่ำ  ปีชาล)  ขณะที่เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงมีพระชนมายุได้ 47 พรรษา  ทรงโปรดให้สถาปนาพระอนุชา คือ เจ้าพระยาสุรสีห์ (บุญมา)  เป็นกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท   พระนัดดา (พระยุสุริยอภัย)  เป็น กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์  กรมพระราชวังหลัง  พระบรมราชสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 1   ใช้รูปปทุมอุณาโลม หมายถึงพระเนตรที่ 3  ของพระศิวะ (ผู้ทรงสร้าง)  เพ่งเล็งไปถึงการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรี     

การสร้างกรุงเทพมหานคร     

                                          พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้วได้ย้ายราชธานี   จากกรุงธนบุรี

เมื่อวันที่  21  เมษายน  .. 2325  (วันอาทิตย์ เดือน 6 ขั้น 10 ค่ำ ปีขาล)   มาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา  ตั้งชื่อเมืองแห่งใหม่นี้ว่า

  " กรุงเทพมหานคร  บวรรัตนโกสินทร์  มหินทรายุธยา  มหาดิลกภพนพรัตน  ราชธานี  บุรีรมย์  อุดมราชนิเวศ  มหาสถาน  อมรพิมาร  อวตารสถิต

  สักกทัตติยะ  วิษณุกรรมประสิทธิ์"   (รัชกาลที่ 4  ได้เปลี่ยนคำว่า บวร เป็น อมร)   

                          สาเหตุที่ย้ายราชธานีเพราะ

                                            1. พระราชวังเดิมที่กรุงธนบุรี มีวัดขนาบทั้งสองข้าง ไม่เหมาะแก่การที่จะขยายพระราชวังออกไปได้อีก

                                            2. ที่ตั้งพระราชวังเดิมอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่ที่น้ำเซาะ

                                            3. กรุงเทพมหานครอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพื้นที่กว้างขวางเป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การป้องกันข้าศึก

การสร้างพระบรมมหาราชวัง                                                                                                                            พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

                                            พ.ศ. 2326 สร้างพระนคร ได้สร้างพระราชมณเฑียร สร้างพระราชวังบวรสถานมงคล

                                            พ.ศ. 2327 สร้างพระมหาปราสาท สร้างวัดพระศรีรัตนศาสนดาราม (วัดพระแก้ว)  และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากพระราชวังเดิมกรุงธนบุรี มาสถิตอยู่ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง พร้อมกับได้อัญเชิญพระบรมรูปทองสมเด็จพระรามาธิบดีอู่ทอง กษัตริย์ผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา มาสร้างเป็นพระพุทธรูปหุ้มเงินปิดทอง ประดิษฐานไว้ในพระวิหาร ทรงพระราชทานนามวิหารแห่งนี้ว่า “หอพระเทพบิดร”

การปกครอง

                                            ระบอบการปกครองของกรุงรัตนโกสินทร์   ก่อนสมัยปฏิรูปการปกครองในรัชกาลที่ 5  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ยังคงใช้รูปแบบการปกครองที่สืบเนื่องมาจากกรุงศรีอยุธยา  คือแบ่งการปกครองออกเป็น  4  ส่วน  คือ  การปกครองส่วนกลาง   การปกครองส่วนภูมิภาค  การปกครองส่วนท้องถิ่น  และการปกครองประเทศราช

                                            1. การปกครองส่วนกลาง

                                           พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้มีพระราชอำนาจสูงสุด  ทรงประทับอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง  หรือที่เรียกว่า วังหลวง  พระองค์ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระราชอนุชาขึ้นดำรงพระยศเป็น  สมเด็จกรมราชวังบวรสถานมงคล  ในฐานะพระมหาอุปราช  หรือที่เรียกว่า  วังหน้า  และทรงแต่งตั้งพระพบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดและเป็นที่โปรดปรานพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง  ให้ดำรงพระยศเป็น  สมเด็จกรมพระราชวังสถานภิมุข  หรือที่เรียกว่า  วังหลัง  สำหรับช่วยราชการ                                                                                                

                                            มีตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่ซึ่งมีหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการไปปฏิบัติตามความรับผิดชอบในหน้าที่ราชการแผ่นดินของตน  ประกอบด้วย อัครมหาเสนาบดี  2  ตำแหน่ง  และเสนาบดี 4 ตำแหน่ง ดังนี้ คือ

                                             1.1   อัครมหาเสนาบดี      ประกอบด้วย

               สมุหกลาโหม  มีหน้าที่ถวายให้คำปรึกษาข้อราชการฝ่ายทหารแก่พรมหากษัตริย์  ในขณะเดียวกันก็มี

หน้าที่ดูแลกิจการทั้งฝ่ายทหาร และพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมด  ผู้ดำรงตำแหน่งมียศและราชทินนามเป็น เจ้าพระยามหาเสนา 

               สมุหนายก   มีหน้าที่ถวายคำปรึกษาข้อราชการฝ่ายพลเรือน แก่พระมหากษัตริย์  ในขณะเดียวกันก็มี

หน้าที่ดูแลกิจการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนในหัวเมืองทางภาคกลาง  หัวเมืองฝ่ายเหนือ และหัวเมืองทางภาคอีสาร  ผู้ดำรงตำแหน่งมียศและ                           

                                           1. 2  เสนาบดี       มี 4  ตำแหน่ง  คือ  กรมเวียง   กรมวัง     กรมคลัง      กรมนา                                                                                 เงินตรา

                 กรมเวียง    หรือ  นครบาล  มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และการตัดสินคดีความในเขตพระนครหลวง  เสนาบดีมียศและราชทินนามเป็น  พระยายมราช        

              กรมวัง    หรือ  ธรมมาธิกรณ์   มีหน้าที่ดูแลรักษากฎมณเฑียรบาลและพระราชวังชั้นนอก ชั้นใน  ดูแลเจัดการพรราชพิธีทั้งปวงทั่วไปเกี่วกับองค์พระมหากษัตริย์  และตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับคนในพระราชวังทั้งหมด  เสนาบดีมียศและราชทินนามเป็น  เจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์

               กรมคลัง   หรือ  โกษาธิบดี   มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายของแผ่นดิน  ตลอดจนการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ  นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ดูแลกิจการพลเรือนและการทหารในหัวเมืองชายทะเลด้านตะวันออกอีกด้วย  เสนาบดีมียศและราชทินนามเป็น  พระยาพระคลัง

                 กรมนา    หรือ   เกษตราธิการ   มีหน้าที่ดูแลรักษานาหลวง  เก็บหางข้าว  ค่านาจากราษฎรและพิจารณา

คดีความที่เกี่ยวข้องกับที่นา  และโคกระบือ  เสนาบดีมียศและราชทินนามเป็น พระยาพลเทพ 

                                         2. การปกครองส่วนภูมิภาค

                                                   มีการแบ่งเมืองต่างๆ  ออกเป็น  3  ประเภท  คือ 

                                                      -  หัวเมืองชั้นใน 

                                                      -  หัวเมืองชั้นนอก

                                                      -  เมืองประเทศราช 

                                                  เช่นเดียวกับการปกครองในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี

                                           3. การปกครองส่วนท้องถิ่น

                                                   แบ่งการปกครองออกเป็น 

                                                       - แขวง   มีหมื่นแขวงปกครอง  เทียบได้กับนายอำเภอในปัจจุบัน   

                                                       - ตำบล   มีพันเป็นผู้ปกครอง  เทียบได้กับกำนันในปัจจุบัน     

                                                      -  บ้าน    มีทนายเป็นผู้ปกครอง  เทียบได้กับผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน

                                             4. การปกครองประเทศราช

                                                   ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  มีเมืองขึ้นหรือเมืองประเทศราช ดังนี้                                                                                      พิธีโล้ชิงช้า

                                                      -  ล้านนา   ได้แก่   เชียงใหม่   ลำพูน   ลำปาง   เชียงแสน                                                                                                                 

                                                      -  ลาว   ได้แก่  หลวงพระบาง   เวียงจันทร์   จำปาศักดิ์

                                                      -  เขมร   เสยีมราฐ   พระตะบอง

                                                      -  หัวเมืองมลายู  ได้แก่  ปัตตานี   ไทรบุรี   กลันตัน   ตรังกานู

เหตุการณ์ที่สำคัญ

                                            เหตุกาณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1  แห่ง

กรุงรัตนโกสินทร์ฯ พอสรุปได้ ดังนี้

                                            วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325  พระราชพิธีปราบดาภิเษกขึ้นเป็นบฐมกษัตริย์พระบรม

ราชจักรีวงศ์ เมื่อพระชนมายุ  47  ปี

                                              วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2326 ทรงวางพระฤกษ์ฝั่งเสาหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

                                            อัญเชิญพระแก้วมรกต ที่พระองค์นำมาจากประเทศลาว มาประดิษฐานในพระอุโบสถ                                                                  พระแก้วมรกต                                                    

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วพระราชทานนามว่า “พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร”

                                 เริ่มก่อสร้าง วัดแจ้ง โดยนำเอาเครื่องปั้นดินเผาจากเมืองจีน มาทำเป็นลวดลายประดับองค์

พระปรางค์  (ซึ่งการก่อสร้างไปเสร็จสิ้นในรัชกาลที่ 2 และได้พระราชนามให้ใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม)

                                 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวสถานและเสาชิงช้า เมื่อวันพุธ เดือน 6 ค่ำ พ.ศ. 2327 ให้มี

พระราชพิธีตรียัมปวาย (โล้ชิงช้า) ที่บริเวณหน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นการขอพรจากเทพเจ้าให้ประเทศมีความมั่งคง 

มีพราหมณ์เป็นผุ้ประกอบพิธี ส่วนเทวสถานหรือโบสถ์เพราหณ์นั้นเป็นโบสถ์ 3 หลัง แต่ละหลังมีเทวรูปประจำใช้ประกอบ

พระราชพิธี คือ พระอิศวร  พระพิฆเณศวร  และพระนารายณ์

                                            กบฎไกเซิน  เกิดขึ้นที่เมืองญวนใต้  องเชียงสือเชื้อสายของสกุลเหลียน ซึ่งเคยเป็นกษัตริย์ญวน

มาก่อน  สามารถรวบรวมกำลังตีเมืองไซ่ง่อนคืนได้  องเซียงสือพ่ายแพ้จึงหนีเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จ

พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาองเซียงสือได้ขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสใช้ช่ยทำลายกองกำลังของกบฏลงได้ แล้วสถาปนา

ตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า “พระเจ้าเวียตนามยาลอง”

                                            พ.ศ. 2328 พระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่า ได้ยกกองทัพมาตีกรุงรัตนโกสินทร์ โดยยกมาพร้อมกัน

 9 ทัพ ทั้งทางบกและทางเรือ เรียกว่า “สงครามเก้าทัพ”   กองทัพเก้าทัพที่ยกมาครั้งนี้ประกอบด้วย                                                                                                       

                                                ทัพที่ 1. แงเป็นทัพบกและทัพเรือ ทัพบกมีหน้าที่ตีหัวเมืองปักษ์ใต้ ตั้งแต่เมืองชุมพรถึงสงขลา เป็นการตัดความช่วยเหลือจากทาง

ใต้  ส่วนทัพเรือมีหน้าที่ตีห้วเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก  ตั้งแต่เมืองตะกั่วป่าลงไปจนถึงเมืองถลาง และยังมีหน้าที่หาเสบียงอาหารให้แก่กองทัพด้วย

                                                ทัพที่ 2. ให้รวบรวมพลที่ทวาย และให้เดินทัพเข้าทางด่านบ้องตี้ (อยู่ที่จังหวัดราชบุรี) ให้ตีเมืองราชบุรี  เพชรบุรี ไปบรรจบกับทัพ

ที่ 1. ที่ชุมพร

                                                ทัพที่ 3. เข้ามาทาเมืองเชียงแสน ตีเมืองลำปาง  สวรรคโลก  สุโขทัย  นครสวรรค์  ลงมาบรรจบกับทัพหลวงที่กรุงเทพ

                                                ทัพที่ 4, 5, 6, 7, 8  ชุมนุมทัพที่เมืองเมาระตะมะก่อน ต่อจากนั้นจึงเดินทัพตามลำดับ เข้าเมืองไทยทางด่านเจดีย์สามองค์ ลงมากรุงเทพมหานคร

                                                ทัพที่ 9. มีหน้าที่ตีหัวเมืองเหนือริมฝั่งแม่น้ำปิง  ตั้งแต่เมืองตาก  กำแพงเพชร  ลงมาบรรจบกับทัพหลวงที่กรุงเทพฯ

                                            การรบในสงครามเก้าทัพ ที่สำคัญ คือ

                                                1. การรบที่ทุ่งลาดหญ้า (กาญจนบุรี)  กองทัพพม่าที่ยกมาทางด่านพระเจีดีย์สามองค์  มีถึง 5 ทัพ  รวมทั้งทัพหลวงด้วย  กำลังพลรวมกันเป็นเรือนแสน  กำลังฝ่ายไทยไม่สามารถจะเทียบได้เลย  กรมพระราชวังบวรฯ  จึงทรงนำวิธีการรบแบบกองโจร และสงครามจิตวิทยามาใช้  โดยจัดกำลังเป็นหน่วยย่อย  รบแบบจรยุทธ์  ชุมโจมตีตัดกำล้งเสบียงอาหาร  และจัดกลลวง  ทำลายขวัญทหารพม่า  โดยกลางคืนให้ทหารบางส่วนลักลอบออกจากค่าย  ตกเช้าจึงเดินถือธงทิวเป็นขบวนกลับเข้าค่าย จนถึงบ่ายเย็น  ทำให้พม่าขวัญเสีย คิดว่ามีทหารไทยจำนวนมากเข้ามาช่วยเหลือ ยกทัพมาสมทบทุกวัน  เมื่อทรงเห็นว่าพม่าระส่ำระสายมากแล้ว ก็เข้าโจมตีทัพต่างๆ ของพม่าพร้อมกัน เพียงชั่วเช้าจรดเย็นค่ายพม่าก็แตกพ่ายทั้งหมด

                                            2. ศึกเมืองถลาง  ขณะเกิดศึกพระยาถลางได้ถึงแก่กรรม ก่อนที่พม่าจะมาถึง  คุณหญิงจัน ซึ่งเป็นภรรยาพระยาถลางกับน้องสาวคือ คุณหญิงมุก ได้รวมกันเกณฑ์ประชาชนออกสู้รบจนได้รับชัยชนะ  เมื่อเสร็จสิ้นสงคราม สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้พระราชทานนามคุณหญิงจันว่า “ท้าวเทพกษัตริย์ตรี”  และคุณหญิงมุกเป็น “ท้าวศรีสุนทร”

                                            ผลของสงครามเก้าทัพ สิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ของพม่า  พม่าต้องยกทัพกลับหลังจากตีกรุงเทพฯ ไม่ได้

                                ภายหลังเสร็จสิ้นสงครามเก้าทัพ พร้อมกับความพ่ายแพ้ของพม่า  ทำให้พระเจ้าประดุง (โบดอพญา)  รู้สึกอัปยศอดสูมาก  เพราะพระองค์ไม่เคยแพ้สงครามครั้งใดมาก่อน จึงยกทัพมาตีกรุงรัตนโกสินทร์อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2329โดยยกมาทางด่านเจดีย์สามองค์   พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ยกทัพเข้าต่อสู้  มีการรบกัน 3  วัน  ทัพของพระเจ้าปดุงก็พ่ายแพ้  ยกทัพกลับไป    และการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าครั้งนี้นับเป็นครั้งสุดท้าย  และถือเป็นการสิ้นสุดสงครารมที่ใช้ช้างรบกัน (ยุทธหัถตธี)  ด้วย เพราะต่อมาอีกไม่นาน  พม่าก็ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

                                            พ.ศ. 2332  ทรงโปรดเกล้าให้มี การทำสังคายนาพระไตรปิฏก เป็นครั้งแรก ใช้เวลา 5 เดือน  เมื่อแล้วเสร็จได้เรียกว่า “ฉบับทองใหญ่”  หรือ “ฉบับหลวง”  ที่เรียกว่าฉบับทองใหญ่เพราะปกพระไตรปิฏกฉบับนี้ถูกหุ้มด้วยทองคำ  และโปรดให้เก็บรักษาไว้ที่หอมณเฑียรธรรม ซึ่งอยู่กลางสระน้ำบริเวณมหาราชวัง

                                            พ.ศ. 2347 ให้ตรา กฏหมายตราสามดวง เพื่อใช้ในการปกครองกรุงรัตนโกสินทร์  กฎหมายนี้ประทับตรา ราชสีห์  คชสีห์  และตรา บัวแก้ว   แล้วเก็บไว้ที่ท้องเครื่องหอหลวง และศาลหลวง  นอกจากนี้ยังได้ทรงชำระ พระราชพงศาวดารของชาติไทย  ซึ่งเคยชำระมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา แต่ทำไม่แล้วเสร็จ จนเสร็จสิ้น แล้วเรียกว่า “ฉบับพันจันทนุมาศ”

ด้านวรรณกรรม

                                            พระราชนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก อาธิเช่น

                                                1. บทละครเรื่องรามเกียรติ์  ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นรามเกียรติ์ฉบับที่มีความไพเราะ

และสมบูรณ์ที่สุด

                                                2. นิราศท่าดินแดง

                                                3. บทละครเรื่องอิเหนา

                                            กวีสำคัญในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  เช่น

                                                1. พระยาโกษาธิบดี หรือ พระยาพระคลัง (หน)  เป็นบุตรของเจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทร

ฤาไชย (บุญมี)  มารดาคือท่านผู้หญิงเจริญ  ได้เข้ารับราชการตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจนกระทั่งได้เลื่อนเป็นพระยาโกษาธิบดี

เสนาบดีจตุสดมภ์ภ์กรมพระคลัง  ในรัชกาลที่ 1  ท่านมีความสามารถทางการประพันธ์ทั้งด้านร้อยกรองและร้อยแล้ว  ผล

งานที่มีชื่อเสียงของท่าน ได้แก่ สามก๊ก  ราชาธิราช  บทมโหรีเรื่องกากี  ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง  ร่ายยาวมหาชาติ กัณฑ์กุมาร  และ  กัณฑ์มัทรี 

                                            ราชรถเป็นเครื่องประดับราชอิสริยยศพระเจ้าแผ่นดินอย่างหนึ่ง  ปัจจุบันมีเพียง 2 คัน คือ พระมหาพิชัยราชรถ สร้างขึ้นเพื่อใช้อัญเชิญพระบรมศพและพระอัฐิของพระเจ้าแผ่นดิน  และ เวชยัณต์ราชรถ สร้างขึ้นสำหรับทรงพระศพพระพี่นางทั้งสองพระงอค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  และบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีศักดิ์สูง

สวรรคต

                                            เมื่อถึง พ.ศ. 2352  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ทรงพระประชวนพระโรคชรา  พระอาการทรุดหนัก  จึงทรงมอบราชสมบัติแก่พระมหาอุปราช  กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดี  เดือน 9  แรม 13 ค่ำ  ปีมะเส็ง  เวลา 3 ยาม  7 บาท

กล่องข้อความ: Home       ถิ่นกำเนิด      โยนกเชียงแสน      ทวารวดี     ศรีวิชัย       ล้านนา      สุโขทัย      อยุธยา       ธนบุรี      รัตนโกสินทร์     ร.1     ร.2     ร.3     ร.4     ร.5     ร.6    ร.7   ร.8    ยุคปัจจุบัน

      

 

 

www.S_Pinthong@Wattano.ac.th        www.S_Pinthong@Hotmail.com        ICQ # 269-598-678     Tel. 0-9854-0383