

![]()
รัชกาลที่ 3
พระบาลสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประสูติ พ.ศ. 2330 ครองราชย์
พ.ศ. 2367 พ.ศ. 2394
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ
หล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุราลัย (เจ้าจอมมารดาเรียน) ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 ค่ำ ปีมะแม ตรงกับวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330 มีพระ
นามเดิมว่า
พระองค์ชายทับ
พ.ศ.
2365 พระองค์เจ้าทับได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
กำกับราชการกรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมพระตำรวจว่าความฎีกา
นอกจากนี้ยังได้ทรงรับพระกรุณาให้แต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขาย ณ เมืองจีน
พระองค์ทรงได้รับพระสามัญญานามว่า เจ้าสั่ว ในขณะที่พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่
2 ทรงพระประชวร
และเส็ดจสวรรคตโดยมิได้มอบราชสมบัติให้แก่พระราชโอรสองค์ใด พระบรมวงศ์สานุวงศ์ปรึกษากัน เห็นควรถวายราชสมบัติแก่พระเจ้าลูกยาเธอ
กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
อันที่จริงแล้วราชสมบัติควรตกแก่ เจ้าฟ้ามงกุฎ
(พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
เพราะเจ้าฟ้ามงกุฎ เป็นพระราชโอรสที่ประสูติจากสมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่
2 โดยตรง ส่วนกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เป็นเพียงราชโอรสที่เกิดจากเจ้าจอมเท่านั้น โดยที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ
ตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า
เมื่อสิ้นรัชกาลพระองค์แล้วจะค้นราชสมบัติให้แก่สมเด้จพระอนุชา (เจ้าฟ้ามงกุฎ)
ตังนั้นพระงค์จึงไม่ทรงสถาปนาพระบรมราชินี คงมีแต่เจ้าจอมมารดาและเจ้าจอมเท่านั้น
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ
๏ พ.ศ. 2368 เจ้าอนุวงศ์มาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ พิจารณาเห็น
ว่ากองทัพไทยอ่อนแอ
ต่อมามีข่าวลือไปถึงเวียงจันทร์ว่าไทยกับอังกฤษมีกรณีวิวาทกัน เจ้าอนุวงศ์ จึงำด้ยกทัพลงมาเพื่อหวังยึดเอากรุงเทพฯ
เมื่อยกทัพมาถึงนครราชสีมา (โคราช)
พระยานครราชสีมาและพระยาปลัดไปราชการเมืองขุขันธ์ เจ้าอนุวงศ์ได้เข้ายึดเมืองและกวาดต้อน
ครอบครัวชาวเมืองนครราชสีมาขึ้นไปเวียงจันทร์ เมื่อพระยาปลัดเมืองนครราชสีมาทราบข่าว
จึงแกล้งมาสวามิภักดิ์ต่อเจ้าอนุวงศ์
คุณหญิงโม
ภรรยาของปลัดคิดอุบายให้พลพรรคที่ถูกกวาดต้อนไป
แยกกันเป็นกลุ่มๆ แล้วนัดหมายกันที่ ทุ่งสัมฤทธิ์ เข้าโจมตีกองทัพลาว ต่อสู้ฆ่าฟันล้ม
ตายกันเป็นจำนวนมาก
สุดท้ายกองทัพเวียงจันทร์ได้พ่ายหนีกลับไป
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จึงทรงพระกรุณาสถาปนาให้เป็น ท้าวสุรนารี
๏ พ.ศ. 2369 อังกฤษได้ส่ง ร้อยเอก เฮนรี เบอร์นี่ หรือที่คนไทยในสมัยนั้นรียกกันว่า กะปิตัน บาร์นี่ เข้ามาเป็น
ทูตเจรจาทำสัญญาการค้า
โดยได้ลงนามใน สนธิสัญญาเบอร์นี่ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2369 โดยมีสาระสำคัญคือ 1.ไทยต้องยกเลิกระบ
บผูกขาดสินค้าโดยกรมพระคลังสินค้า 2.เรือสินค้าที่เข้ามาไม่ต้องเสียภาษีปากเรือ 3.อังกฤษให้ไทยยกเลิกระบบเจ้าภาษีนายอากร
๏ พ.ศ. 23879
โปรดอนุญาตให้ตั้งโรงหวย ก.ข.
ขึ้น โดยใช้ตัวอักษรไทย 36 ตัวเป็นตัวจับฉลากออกรางวัล
การเล่นหวยนี้มีไปจนถึงรัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงประกาศยกเลิก
๏ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะ วัดโพธาราม ซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่
1 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
จึงโปรดให้บูรณะจนสำเร็จ และได้ทำการสมโภช และได้ทรงชื่อใหม่เป็น วัดพระเชตุพนวิมัลมังคลาราม
(เดิมเป็นรัชกาลที่ 2 ตั้งชื่อว่า พระเชตุพลวิมลมังคลาวาส )
แต่ประชาชนก็ยังคงนิยมเรียกกันทั่วไปว่า วัดโพธิ์)
การบูรณะในครั้งนี้เป็นการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ที่สุด
ทรงสร้างพระเจดีย์ วิหาร
พรุทธไสยาสน์ ฯลฯ
และโปรดให้มีการจารึกวิชาการแขนงต่างๆ ลงในแผ่นศิลา ประดับไว้รอบพระอุโบสถ
โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น หมวดประวัติศาสตร์ หมวดตำรายา หมวดอนามัย หมวดประเพณี
หมวดวรรณคดีไทย หมวดสุภาษิต หมวดทำเนีย และหมวดพุทธศาสนา
นับเป็นพระอารามที่รวมสรรพตำราวิชาหลายแขนง จนได้รับสมญานามว่าเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย
๏ เริ่มการแพทย์แผนปัจจุบัน โดย ศาสนาจารย์ แดน บิช บรัดเลย์
หรือที่คนไทยเรียกกันทั่วไปว่า หมดบรัดเลย์
ได้เข้ามาเมืองไทยเมื่อปี
พ.ศ. 2379 ในคณะอเมริกันบอร์ด
เพื่อการเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ได้นำวิทยาการทั้งทางด้าน
การศึกษา การแพทย์
เข้ามารเผยแพร่ โดยได้นำวิธีการรักษาโรคแผนใหม่ การผ่าตัด
การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอหิวาตกโรค
๏ เริ่มมีการพิมพ์หนังสือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย หมอบรัดเลย์
เป็นผู้นำเครื่องพิมพ์เข้ามา และ ร้อยเอกเจมส์ โลว์
เป็นผู้ทำตัวอักษรพิมพ์ภาษาไทยขึ้น ต่อมาจึงได้มีการออก หนังสือพิมพ์ฉับับแรกของไทย ชื่อว่า บางกอกรีคอร์เดอร์
(Bangkok
Recorder) และ
พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ (ต่อมาคือ รัชกาลที่ 4)
ได้โปรดให้นำตั้งเครื่องพิมพ์ขึ้นที่วัดบวร
เพื่อจัดพิมพ์พระปาฏิโมกข์ บทสวดมนต์ และหนังสือแทนใบลาน
แบบโบราณ
๏
ค้นพบหลักศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหง
ในรัชกาลพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งเป็นพระอนุชาและออกบวชเป็น
พระภิกษุ ได้เสด็จธุดางค์ไปตามหัวเมืองต่างๆ
ขณะเสด็จธุดงค์ได้ทรงพบ หลักศิลาจารึก และ พระแทนมนังคศิลาอาส์น ของพ่อขุนรามคำแหงที่บริเวณ
เนินปราสาท จังหวัดสุโขทัย
๏ ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ
ทรงพบว่าคำสอนและข้อปฏิบัติต่างๆ ที่มีมาแต่โบราณวิบัติไปเป็นอันมาก จึงมีพระประสงค์จะสังคายนา
คณะสงฆ์เสียใหม่
จึงทรงตั้งคณะสงฆ์ขึ้นใหม่เป็น ธรรมยุตินิกาย แต่ก็ยังคงคณะสงฆ์เดิมไว้ เป็น มหานิกาย
๏ วรรณคดี และ
กวี
ในสมัยนี้มีหนังสือที่เป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 3หลายเล่น เช่น
-
เสภาขุนช้างขุนแผน
-
บทละครเรื่อง สังข์ศิลปไชย
-
เพลงยาวรัชกาลที่ 3
-
โครงปราบดาภิเษก
กวีสำคัญในสมัยนี้คือ
สมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส
ท่านได้ประพันธ์หนังสือที่มีคุณค่าไว้หลายเล่น เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย พระปฐมสมโพธิกถา สรรพสินทธ์คำฉันท์ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
๏
การสร้างเมือง ป้อม ขึ้นใหม่ เช่น เมืองพนัสนิคม
(เมืองพระรถ) กบินทร์บุรี ประจันตคาม คำเขี่อนแก้ว ภูเวียง ได้ทรงให้ขุดคลองเพิ่มเติม เช่น
คลองบางนาก คลองบางขุนเทียน เพื่อสะดวกในการติดต่อคมนาคม และการเษตร มีการสร้างป้อมเพิ่มเติม เช่น
ป้องเมืองสมุทรปราการ
เมืองจันทบุรี เมืองสมุทรสาคร
เพื่อป้องกันการรุกรานชองข้าศึก
๏ การต่อเรื่อ การทหารเรือง พวกมิชชั่นนารีอเมริกัน
เป็นผู้ถ่ายถอดความรู้แก่คนไทย เช่น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรง/ได้รับการศึกษาด้านการทหารแผนใหม่
เจ้าฟ้ามงกุฎทรงศึกษาวิชาดาราศาสตร์ จากหมอเฮาส์ หมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน มีการต่อเรือกลไฟ เรือกำปั่น
เรือรบแบบฝรั่ง ขึ้นเป็นครั้งแรก
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญมีอยู่ 2 แห่ง
คื วัง กับ วัด
พวกขุนนางหรือผู้ดีมีตระกูลมักส่งบุตรหลานของตนเจ้าเรียน
ฝึกอบรมตามวังและราชสำนัก
ถ้าเป็นชายมักฝากเข้าเป็นมหาดเล็ก
เพื่อจะได้ศึกษาวิชาต่างๆ และเรียนรู้การใช้อาวุธ ผู้หญิงฝึกอบรมวิชาแม่บ้านเม่เรือน
เย็บปักถักร้อย สำหรับการศึกษาในวัด พวกสามัญชนมักนำลูกหลานที่เป็นชายไปฝากกับพระตามวัด
เป็นลูกศิกษ์สำหรับใช้สอยห้อยตาม เพื่อแลกกับวิชาความรู้ที่พระจะทำการสั่งสอนให้
หรือไม่ก็บวชเป็นพระภิกษุเพื่อศึกษาเล่าเรียน
๏ เงินตรา เงินตราในสมัยรัชกาลที่ 3 หรือกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็น เงินพดด้วง เช่นเดียวกับที่ใช้กันในสมัยกรุงศรีอยุธยา
เงินพดด้วงทำจากโลหะเงิน ทำเป็นแท่งกลม
ม้วนเข้าหากัน มีลักษณะเหมือนตัวด้วง
ในสมัยอยุธยาไม่มีการประทับตรา เป็นโลหะผิวเกลี้ยงๆ ในรัชกาลที่ 3
ทรงโปรดให้กรมพระคลังสินค้าประทับลงบนพดด้วง
เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแล
จึงเรียกกันว่า เงินตรา
ตราที่ประทับบนพดด้วง มี 3 แบบ คือ 1.อุณาโลม
กับ
ตราจักร 2. ตราครุฑ กับ ตราจักร 3.ปราสาท กับ จักร
เสด็จสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จสวรรคต ณ วันพุธ
เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ ตรงกับวันที่ 2
เมษายน พ.ศ. 2394 เวลา 8 นาฬิกา 5 บาทเศษ รวมสิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา
มีพระราชบุตร 22 พระองค์ พระราชบุตรี
29 พระองค์
![]()
www.S_Pinthong@Wattano.ac.th www.S_Pinthong@Hotmail.com ICQ # 269-598-678 Tel. 0-9854-0383