กล่องข้อความ: กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่  เขต 1
 

 

 

กล่องข้อความ: Home      ถิ่นกำเนิด      โยนกเชียงแสน     ทวารวดี     ศรีวิชัย       ล้านนา      สุโขทัย      อยุธยา       ธนบุรี      รัตนโกสินทร์     ร.1     ร.2     ร.3     ร.4     ร.5     ร.6    ร.7    ร.8   ยุคปัจจุบัน
 


 

                                                                                                                           รัชกาลที่ 7

                                                                                                                                                  พระบาลสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

                                                                                                                               ประสูติ พ.ศ. 2436   ครองราชย์ พ.ศ. 2468 – พ.ศ. 2477

 

                                                                                            พระราชประวัติ

                                                                                            พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ซึ่งทรงประสูติแต่สมเด็จพระ

                                                                                             ศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ  นับว่าเป็นพระราชโอรสองค์เล็กที่สุด  ประสูติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436  ตรงกับวันพุธ แรม 14 ค่ำ  เดือน

                                                                                             11  ปีมะเส็ง   ทรงพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้าชายประธิปศักดิเดช  กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา”

                                                                                             เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 12 พรรษา  พระองค์ได้เข้าศึกษาในวิทยาลัยทหารบกแห่งประเทศอังกฤษ  จนจบการศึกษาจึงได้เสด็จกลับมารับราชการ

                                                                                             ในรัชกาลที่ 6   ซึ่งเป็นพระเชษฐาธิราชของพระองค์  โดยได้รับยศเป็น พันโททหารบก มีตำแหน่งเป็นราชองครักษ์  และผู้บังคับการโรงเรียน

                                                                                             นายร้อร้อยชั้นประถม  ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นลำดับจนเป็นพันเอก มีตำแหน่งเป็นปลัดกรมเสนาธิการทหารบก  ก่อนขึ้นครองราชย์สมบัติ

                                                                                             มีตแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2

การขึ้นครองราชย์

                                            เมื่อได้เสด็จขี้นครองราชย์แล้ว  โปรดแต่งตั้งสภาอภิรัฐมนตรีขึ้น  ให้มีหน้าที่ให้คำปรึกษาราชการบริหารบ้านเมือง  โปรดให้ร่วมการศึกษาวิทยุคมนาคมกับต่างประเทศ  พระองค์เริ่มจัดงบประมาณประเทศขึ้น  เพราะขณะนั้นได้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (สภาพการภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1)  พระองค์ทรงเริ่มต้นตัดทอนงบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรก  (เหตุการณ์นี้เป็นมูลเหตุสำคัญของการก่อการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2475)  พระองค์ทรงตัดทอนรายจ่ายรายจ่ายของพระองค์เอง  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ข้าราชการที่รับราชการที่ล้นงานก็ให้ออกจากราชการในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ  เป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจแก่ข้าราชการเป็นอย่างมาก

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ

                                            การแต่งกาย  ชายได้เปลี่ยนแปลงการนุ่งจงกระเบน เป็นการสวมกางเกง และสวมกระโปงแทน

                                            ๏ ทรงยกเลิก ประเพณีพิธีสัจปานกาล

                                            ๏ สร้างโรงภาพยนตร์แห่งแรกของประเทศไทย คือ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง

                                            ๏ พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ   เศรษฐบุตร)  ได้เริ่มการเดินรถเมล์ขึ้นเป็นครั้งแรก (รถเมล์นายเลิศ)

                                            ๏ ทรงสร้างสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธฯ) ขึ้น และได้ให้ศาสตราจารย์ ศิลปะ  พีระศรี เป็นผู้ปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 ประดิษฐานไว้ที่เชิงสะพานด้วย

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

                                            หลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์สมบัติได้ 7 ปี  ก็ได้มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาเป็นแบบประชาธิปไตย  เมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475   โดยมีบุคคลคณะหนึ่งเรียกตนเองว่า “คณะราษฎร์”  ประกอบด้วย

                                                - พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา    เป็นหัวหน้า

                                                - พ.อ. พระยาทรงสุรเดช

                                                - พ.อ. พระยาฤทธิอัคเนย์

                                                - พ.อ. พระประศาสน์พิทยายุทธ

                                                - หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์)

                                            เป็นผู้ก่อการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองประเทศจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ซึ่งพระองค์ท่านก็ยอมรับรองอำนาจของคณะราษฎร์  ที่จะจำกัดพระราชอภิสิทธิของพระองค์  โดยคณะราษฎร์ได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ประชาชนชาวไทยว่าจะแก้ไขภาวะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำให้ดีขึ้น  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทาน รัฐธรรมนูญให้เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ฉบับแรก เมื่อ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475     และได้มีพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็น นายกรัฐมนตรีคนแรก  ของประเทศไทย

รัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา  นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย (28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 – 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476)

                                            เค้าโครงการเศรษฐกิจ ของหลวงประดิษฐมนูธรรม (นายปรีดี  พนมยงค์)  มีความสำคัญพอสรุปได้ดังนี้

                                                - กำหนดหน้าที่ของรัฐบาลในการจ่ายเงินให้ราษฎรทุกคน เป็นจำนวนพอกับที่ราษฎรจะนำเอาไปแลกเปลี่ยน

กับสิ่งที่ตนต้องการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม บ้าน ได้ตามสภาพ

                                               - รัฐบาบจะใช้วิธีจัดให้มีสหกรณ์อย่างพร้อมเพรียงเพื่อรักแลกกับเงินเดือนซึ่งรัฐบาลจ่ายให้แก่ราษฎร

ในจำนวนค่าที่เท่ากัน

                                    - รัฐบาลจะซื้อที่ดินจากราษฎรกลับคืนมาเป็นของรัฐเพื่อใช้ประกอบการเศรษฐกิจ

                                                - รัฐบาลจะออกใบกู้เงินให้เจ้าของที่ดินถือเอาไว้ตามราคาที่ดินของตน ใบกู้เงินนั้นรัฐบาลได้กำหนดให้ผลประโยชน์แทนดอกเบี้ย ให้ตามอัตราดอกเบี้ยของการกู้เงินในขณะที่ซื้อ

                                                - รัฐบาลรับคนไทยทั้งหมดให้เข้าทำราชการทั้งในสำนักงาน และการปกระกอบการเศรษฐกิจที่รับทำอยู่ โดยรัฐบาลจะกำหนดให้ราษฎรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปถึง 55 ปี  จะต้องทำงานตามวุฒิ กำลัง และความสามารถของตนเอง

                                                - เงินทุนที่รัฐบาลมีไว้เพื่อซื้อเครื่องจักรกลและวัสดุที่รัฐบาลกำหนดไว้  และเงินทุนที่รัฐบาลไว้ใช้จ่ายเป็นค่าแรงในการประกอบการเกษตร

                                                - รัฐบาลจะเป็นผู้ประกอบการเศรษฐกิจด้วยการแบ่งประกอบการเศรษฐกิจเป็นรูปสหกรณ์ต่างๆ

                                            เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐมนูธรรมฉบับนี้ ต่อมาได้มีการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นเค้าโครงเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ แบบสังคมนิยม ซึ่งขัดกับการปกคองแบบประชาธิปไตย

                                            รัฐประหาร พ.ศ. 2476  วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476  พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา  พันโทหลวงพิบูลสงคราม  นาวาโทหลวงศุภชลาศัย  หลวงนฤเบศร์มานิต  ได้แก่รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของพระยามโนปรกรณ์นิติธาดา  โดยอ้างว่ารัฐบาลของพระยามโนปรกรณ์นิติธาดา  พยายามจะใช้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา (22 มิถุนายน พ.ศ. 2476 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481)

                                            กบฎบวรเดช  พลเอกพระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้า  ได้พยายามจยึดอำนาจรัฐบาล

พระยาพหลพลพยุหเสนา  เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2476 โดยอ้างว่ารัฐบาลพระยาพหลฯ ได้ทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีความขัดแย้ง

ในรัฐสภา และไม่พอใจที่รัฐบาลพระยาพหลฯ ยอมให้หลวงประดิษฐมนูธรรม กลับเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกเพราะถือว่า หลวงประดิษฐมนูธรรม

มีพฤติกรรมเป็นคอมมิวนิสต์ เกิดการสู้รบกันที่ดอนเมือง  กองกำลังพระองค์เจ้าบวรเดชต้องถอยรนไปถึงนครราชสีมา จนต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ

                                            รัชกาลที่ 7 ประกาศสละราชสมบัติ  รัชกาลที่ 7  ได้เสด็จไปประทับที่อังกฤษ แล้วได้ประกาศสละราชสมบัติ เมื่อวันที่

 2 มีนาคม พ.ศ. 2477  ความตอนหนึ่งในพระหัตเลขาดังนี้  “.......ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิมให้กับราษฎร

ทั่วไป  แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิขาดและไม่ฟังเสียงอันแท้จริง

ของประชาชนราษฎร......”

                                            ตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง  เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477  โดยหลวงประดิษฐมนูธรรม ได้เป็นผู้

ก่อตั้งขั้น เพื่อให้ใช้เป็นที่ศึกษาวิชาด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และการเมือง

                                            การยกเลิกศาลกงสุล  ให้มีการพิจารณาคดีโดยศาลไทยเพียงศาลเดียว

                                            ครูบาศรีวิชัย  เป็นพระที่เคารพนับถือของชาวเหนือทั่วไป  มีพื้นเพเป็นชาวลำพูน  เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2421  บรรพชาเป็นสามเณร    วันบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  เมื่ออายุ 18 ปี  อุปสมบท    วัดเดียวกัน  ฉายาว่า สิริวิชโย  จึงได้นามว่า  พระศรีวิชัย   อยู่ในสมณะเพศได้ 40 พรรษา  มรณภาพเมื่อวันที่  22 มีนาคม  พ.ศ. 2481  ท่านได้สร้างสิ่งสำคัญไว้มากมาย  อาทิเช่น  วิหารวัดสวนดอก  วิหารหลวงวัดพระธาตุหริภุญชัย   วัดศรีโสภา  วัดพระสิงห์วรมาวิหาร  สะพานข้ามแม่น้ำปิง   จากทิศตะวันตกของลำพูนไปฝั้งขวา   และสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ  เป็นต้น

 

กล่องข้อความ: Home      ถิ่นกำเนิด      โยนกเชียงแสน     ทวารวดี     ศรีวิชัย       ล้านนา      สุโขทัย      อยุธยา       ธนบุรี      รัตนโกสินทร์     ร.1     ร.2     ร.3     ร.4     ร.5     ร.6    ร.7    ร.8   ยุคปัจจุบัน







 


                           www.S_Pinthong@Wattano.ac.th        www.S_Pinthong@Hotmail.com        ICQ #  269-598-678     Tel. 0-9854-0383